23.06.2010

posted on 23 Jun 2010 23:28 by hunterluna-stella13
ต่อหน้าดูเหมือนไม่เป็นไร
 
แต่บางสิ่งภายในใจแตกสลาย
 
ต่อให้เลือดหลั่งใหลจนหยุดสุดท้าย
 
ถึงตัวตาย,ก็มิให้หลั่งน้ำตา.
 
abt. 11PM ; 23 มิถุนายน พ.ศ.2553
 
THE- M
 
.แล้วถ้าพรุ่งนี้ร้องไห้ล่ะ
 
 
.ฉันจะทำอย่างไร

ความแตกต่างระหว่าง IQและEQ

posted on 11 Jul 2009 15:39 by hunterluna-stella13
อีคิวกับไอคิวต่างกันอย่างไร
 
            ไอคิว หรือ Intelligence Quotient หมายถึง ความฉลาดทางเชาวน์ปัญญา การคิด การใช้เหตุผล การคำนวณ การเชื่อมโยง
            อีคิว หรือ Emotional Quotient หมาย ถึง ความฉลาดทางอารมณ์เป็นความสามารถในการรับรู้ และเข้าใจอารมณ์ทั้งของตัว เองและผู้อื่น ตลอดจนสามารถปรับปรือควบคุมได้อย่างเหมาะสมกับสภาวะการณ์
            ไอคิว เป็นศักยภาพทางสมองที่ติดตัวมาแต่กำเนิดเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ยาก
            อีคิว ถึงแม้จะเป็นศักยภาพทางสมองเหมือนกันแต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาให้ดีขึ้นได้
            ไอคิว สามารถวัดออกมาเป็นค่าสัดส่วนตัวเลขที่แน่นอนได้
            อีคิว ไม่สามารถระบุซื้อออกมาเป็นค่าสัดส่วนตัวเลข
 
 
 
การวัดไอคิว เกิด ขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. ๑๙๐๕ โดยนักจิตวิทยาชาวฝรั่งเศสที่ต้องการแยกบุคคลปัญญาอ่อนจากคนปกติเพื่อ จะได้จัดการศึกษาให้อย่างเหมาะสม โดยใช้การเปรียบเทียบระหว่างความสามารถที่ ควรจะเป็นกับอายุสมองแล้วคำนวณออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์
            ปัจจุบัน การวัดไอคิวมักใช้แบบทดสอบของเวสเลอร์ ที่เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ ปี ค.ศ.๑๙๓๐ โดยอาศัยงานวิจัยของนักวิชาการและนักการทหาร เป็นกลุ่มข้อทดสอบ ทั้งหมด ๑๑ กลุ่ม เป็นกลกุ่มที่ต้องใช้ภาษาโต้ตอบ ๖ กลุ่ม ไม่ต้องใช้ภาษา โต้ตอบ ๕ กลุ่ม ดังนี้
            ๑. ข้อมูลทั่วไป เป็นคำถามเพื่อตรวจวัดความสนใจความรู้รอบตัว
            ๒. ความคิด ความเข้าใจ
            ๓. การคิดคำนวณ
            ๔. ความคิดที่เป็นนามธรรม โดยให้หาความเหมือน
            ๕. ความจำระยะสั้น โดยใช้การจำจากตัวเลข
            ๖. ภาษาในส่วนของการใช้คำ
            ๗. การต่อภาพในส่วนที่ขาดหายไป
            ๘. การจับคู่โครงสร้าง โดยดูจากรูปร่างหรือลวดลาย
            ๙. การเรียงลำดับภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ
            ๑๐. การต่อภาพเป็นรูป ด้วยการต่อจิ๊กซอว์
            ๑๑. การหาความสัมพันธ์ของตัวเลขและสัญลักษณ์
           
 
        
         การวัดอีคิว เพิ่ง เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ไม่มีแบบมาตรฐานที่แน่นอน เป็นเพียงการประเมิน เพื่อให้ผู้วัดมองเห็นความบกพร่องของความสามารถทางด้านอารมณ์ที่ต้องการ พัฒนา
แก้ไข กรมสุขภาพจิตได้พัฒนาแบบประเมินความฉลาดทางอารมณ์ โดยประเมินจาก ความ สามารถด้านหลัก ๓ ด้าน คือ ดี เก่ง สุข ซึ่งแยกเป็นด้านย่อยได้ ๙ ด้าน
            ๑. การควบคุมตนเอง
            ๒. การเห็นใจผู้อื่น
            ๓. ความรับผิดชอบ
            ๔. การมีแรงจูงใจ
            ๕. การตัดสินใจแก้ปัญหา
            ๖. สัมพันธภาพกับผู้อื่น
            ๗. ความภูมิใจในตนเอง
            ๘. ความภูมิใจในตนเอง
            ๙. ความสุขสงบทางใจ
 
            เนื่องจากไอคิวสามารถวัดออกมาเป็นตัวเลขได้ จึงมีผู้ให้ความสำคัญกับไอคิว มาก โดยตลอด เด็กที่เรียนเก่ง จะมีแต่คนชื่นชม พ่อแม่ครูอาจารย์รัก ใคร่ ต่างจากเด็กที่เรียนปานกลางหรือเด็กที่เรียนแย่มักไม่ค่อยเป็นที่ สนใจ หรือถูกดุว่า ทั้ง ๆ ที่เด็กเหล่านี้อาจจะมีความสามารถทางด้านอื่น เช่น ดนตรี กีฬา ศิลปะเพียง แต่ไม่มีความถนัดเชิงวิชาการเท่านั้นเอง
            มาในช่วงหลัง ๆ ความเชื่อมั่นในไอคิวเริ่มสั่นคลอนเมื่อมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการ วัด และความสำคัญของไอคิว จนในที่สุดเมื่อ ๑๐ ปีที่ผ่านจึงยอมรับกันว่าแท้ จริงแล้วไอคิวอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะทำให้คน ๆ  หนึ่งประสบความสำเร็จในชีวิตได้ทุกด้าน เพราะในความเป็นจริง ชีวิตต้องการ ทักษะและความสามารถในด้านอื่น ๆ อีกมากมายที่นอกเหนือไปจากการจำเก่ง การคิดเลขเก่ง หรือการเรียนเก่งความ สามารถเหล่านี้อาจจะช่วยให้คน ๆ หนึ่งได้เรียน ได้ทำงานในสถานที่ดี ๆ แต่คงไม่สามารถเป็นหลักประกันถึงชีวิตที่มีความสุขได้
            ยกตัวอย่างเช่น งานวิจัยชิ้นหนึ่งในรัฐแม็ซซาชูเสท สหรัฐอเมริกาที่ศึกษา ความสัมพันธ์ของไอคิวมีความสัมพันธ์ของไอคิดกับความสำเร็จในชีวิต โดยติดตาม เก็บข้อมูลจากเด็ก ๔๕๐ คน นานถึง ๔๐ ปี พบว่าไอคิวมีความสัมพันธ์เพียงเล็กน้อยกับความสามารถในทำงานได้ดีหรือกับการดำเนินชีวิต และพบว่าปัจจัยที่สามารถจะทำนายถึงความ สำเร็จในด้านต่าง ๆ ของชีวิตได้ดีกว่า กลับเป็นความสามารถด้านต่าง ๆ ในวัยเด็กที่ไม่เกี่ยวข้องกับไอคิว เช่น ความสามารถในการจัดการกับความผิด หวัง การควบคุมอารมณ์ และการเข้าบุคคลอื่นได้ดี,,
 
 
CRE:Socialscience
 
 
 

คำหยาบเกาหลี

posted on 09 Apr 2009 11:52 by hunterluna-stella13

เอนทรี่นี้ว่าด้วยเรื่องเกือบจะสาระ กับคำหยาบของเกาหลี--;;

 

ขออนุญาตินา... --"  ถ้ามันแรงไป

 

씨발, 씨팔, 십팔 - ชีบาล, ชีพาล, ชิบ พาล
ไอ้สัด!! เชี้ย, แมร่ง

 

제기랄 - เช กี ราล!
(
คำอุทาน) สาดด... / แมร่ง

 

젠장 - เชน จัง!
(
คำอุทาน) สาดด... / แม่งเอ้ย / เจ้ดด

 

- ช้ด!
คารวย.. (รากศัพท์ของคำหยาบ 555)

 

좆나 / 존나 / 졸라 - ชน นา, ชล รา
แม่ง... ชิบหาย
เช่น 좆나 쉬워! (ชน นา ชวี วอ) แม่งง่ายชิบหาย, โคตรง่าย
좆나 어려워! (
ชน นา ออ รยอ วอ) แม่งยากชิบหาย, ยากสัดๆ

 

좆까 / 좆까라 - ช้ด กะ / ช้ด กา ระ
ไอ้คารวย(นิ้วกลาง)

 

좆되다 - ชด ดเว ดะ
ชิบหาย

 

(좆)구리다! - (ชด) กู รี ดะ
ไอ้เห้...เอ้ย

 

자지 (잠지) - ชา จี
คารวย(นิ้วกลาง)

..

 

좆밥 - ชด ปัป
ไอ้เลว!

 

잘난척 - ชัล รัน ชอค
ขี้โม้

 

짜져있어 - จา จยอ อี ซอ
เสือก!, หาเรื่อง?

 

자랄하다 - ชี ราล ฮา ดะ / 지랄하시네 ชี ราล ฮา ชี เน
โคตรโม้, ไร้สาระว่ะ

 

짜증나다 - จา จึง นา ดะ
แม่งเซ็งว้อย.. / 좆나 짜증나... ชน นา จา จึง นา - เซ็งชิบหายเลยแมร่งเอ้ย

 

잠수하다 - ชาม ซู ฮา ดะ (ใช้บน Internet เวลา chat)
แมร่งหายหัวไปไหนวะ!

 

장난하다 (장난해? / 장난하냐?) - ชาง นาน ฮา ดะ, ชาง นาน เฮ?, ชาง นาน ฮา นยะ?
ล้อเล่นหรอมึง!

 

쪼다 / 쪼다새끼 - โจ ดะ / โจ ดา เซ กิ
คนโง่

 

짱! - จัง!
สุดยอด..

 

PS.  =..=  แร๊ง!

        ฮ่ะๆ  คำพวกนี้โดยพื้นฐานแล้วตามร้านหนังสือหาไม่ได้เลยเนาะฮะ ฮ่ะๆๆ -,.-  ใครมีอีกเพิ่มๆ ขอบคุณล่วงหน้าคับ

 

 

 

อันนี้ของแถม หมวยด๊องวอนอย่าใช้คำหยาบ -,.- LOL